EN / TH

Crazy House 1990. Southwest monsoon's sound make me wake up, but that was the dream that had begun. After renting a small land in the coconut grove in the center of Phi Phi Island. This is a tourist route, which was not much in that era will walk to the island's scenic spots. I intend to make a home and may be enough to sell drinks to tourists to earn some. That is my dream. But..there is not enough money to buy materials to make the dream come true. I was thinking about the floating bamboo. Every time I go to the beach behind the island "The Loh Dalam Bay". I found a floating bamboo in not small amount stick on the beach. In those days, no one was interested to use it because it could look like a sea garbage. On the other hand, the villagers will bring the floatimg bamboo and the material that collected from the beach to make a home. They can build a home for the whole family. And the house he designed just for a temporary shelter. The life of the wandering for generations. For me they are an interesting model in the way that must be in harmony with nature. Then I got a floating bamboo as part of living. The first relationship that made me bond with bamboo until the present.

Crazy House 1990 เสียงคลื่นมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ทำให้ผมสะดุ้งตื่น แต่นั้นคือ ความฝันที่ตั้งใจไว้ได้เริ่มต้น หลังจากที่ได้เช่าที่ดินแปลงเล็กๆในดงมะพร้าวใจกลางเกาะพีพี ซึ่งเป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวซึ่งก็มีไม่มากนักในยุคนั้น จะเดินผ่านไปยังจุดชมวิวของเกาะ ตั้งใจว่าจะทำบ้านเป็นที่อยู่อาศัย และอาจจะพอขายเครื่องดื่มให้กับนักท่องเที่ยว เพื่อจะได้มีรายได้บ้าง นั้นละครับความฝัน แต่……ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อวัสดุมาทำให้ฝันนั้นเป็นจริงได้ ก็เกิดความคิดถึงไม้ลอยเลที่ทุกครั้งเวลาไปเดินเที่ยวยังหาดด้านหลังเกาะ คืออ่าวโล๊ะดาลำ จะเป็นช่วงที่ไม้ลอยเลมาติดอยู่บนชายหาดเป็นจำนวนไม่น้อย ในยุคนั้นไม่มีใครสนใจที่จะนำมาใช้เพราะอาจมองเป็นขยะทะเล แต่ในทางกลับกัน ชาวเล จะนำไม้ไผ่ที่ลอยเลมาทำเป็นบ้านพักอาศัยโดยวัสดุที่เก็บมาได้จากชาดหาด พวกเขาสามารถสร้างเป็นบ้านที่อยู่อาศัยกันได้ทั้งครอบครัว และบ้านที่เขาออกแบบเพียงเพื่อเป็นที่พักพิงชั่วคราว ด้วยชีวิตที่เร่ร่อนกันมาหลายชั่วอายุคน ซึ่งสำหรับตัวผมนั้น พวกเขาเป็นแบบอย่างที่น่าสนใจในวิถีที่จำต้องอยู่ให้กลมกลืนกับธรรมชาติที่สุด จากนั้นผมก็ได้ไม้ไผ่ลอยเลมาเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีพ ความสัมพันธ์แรกเริ่มที่ทำให้ผมผูกพันธ์กับไม้ไผ่มาจนกระทั้งปัจจุบัน.

Jungle Bar 2000. Then 10 years passed. I have started a larger bamboo structure, and many other successful projects that the owners understand and love the bamboo structure. Not just to think of it as a tasteful fashion. For me, the big bamboo building is a spiritual art. Actual and responsive in all shapes. Every Bong bamboo grove tells of unity, affection, harmony, flexibility, humility, and so strong commitment and trust. Over and over again after I survived the death when the tsunami hit Phi Phi Island. The house I live in is the whole bamboo. It protects me from the tsunami and I survived until I came to write a bamboo article to pass on to future generations interested in the large bamboo structure, study and preserve the bamboo architecture. Environmentally friendly It is very suitable for the future world.

Jungle Bar 2000. จากนั้น 10ปีผ่านไป ผมได้เริ่มงานไม้ไผ่โครงสร้างขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยมา และในอีกหลาย ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ชื่นชอบของเจ้าของโครงการในหลายๆโครงการที่เข้าใจและรักงานโครงสร้างไม้ ไผ่อย่างแท้จริง ไม่เพียงเพื่อคิดว่าเป็นแฟชั่นที่มีรสนิยม แต่โดยแท้ส่วนตัวผมเองนั้นงานโครงสร้างอาคารไม้ไผ่ขนาด ใหญ่นั้นคือศิลปะด้านจิตวิญญาณ ที่ใช้งานได้จริงและตอบโจทย์ในทุกรูปทรง ทุกอนูของไม้ไผ่บงบอกถึง ความสามัคคี รักใคร่ กลมเกลียว ยืดหยุ่น อ่อนน้อม และ แข็งแกร่งดังนั้นความผูกพันและความไว้วางใจ จึงเกินร้อยขึ้นไปอีกหลัง จากที่ผมรอดชีวิตจากความตายมาได้เมื่อครั้งที่คลื่นยักษ์ ซึนามิ ถล่มเกาะพีพี บ้านพักที่ผมอาศัยอยู่เป็นอาคารไม้ไผ่ ทั้งหลัง ซึ่งได้ปกป้องผมจากคลื่นและรอดชีวิตจนกระทั่งได้มาได้นั้งเขียนบทความเกี่ยวกับไม้ไผ่เพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่น ต่อไปที่สนใจงาน โครงสร้างไม้ไผ่ขนาดใหญ่ได้ศึกษา และ รักษางาน สถาปัตยกรรมไม้ไผ่ ซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เหมาะสมเป็นอย่างยิ่งกับโลกในอนาคต

13 years after the tsunami, Bamboo structure is my life. Include all teams. There are both bamboo-working teams from the Crazy House era and the current bambugu team, which can handle bamboo structures by unlimited size and height. Bamboo teacher taught me that. Everything made with bamboo has to do with your heart. So if we want to live together with bamboo. The mind must come first. Then everything will be successful. If you have no love and understanding of the nature of bamboo. This will cause many obstacles to the work you do to distort and deviate from the desired.

bambugu has a team of architects and interior designers. Including experienced engineers.
We are ready to provide advice on all aspects. So we are a professional team in large bamboo structure. You can follow the past 13 years of bambugu's 27 years of experience here.

The Island Bar 13 ปีหลังจากคลื่นยักษ์ ก็ได้สร้างงานไม้ไผ่ขนาดใหญ่ เพื่อเลี้ยงชีพ รวมถึงทีมงานทั้งหมดที่ มีทั้งทำงานไม่ไผ่มาตั่งแต่สมัยยุค Crazy House และ ทีมงานชุดใหม่ ปจุบัน Bamboo Gu สามารถรองรับการ ทำงาน ของงานไม้ไผ่ได้โดยไม่จำกัด ขนาด และ ความสูง อาจารย์ไม้ไผ่ท่านหนึ่งได้สอนผมไว้ว่า ทุกอย่างที่ทำกับ ไม้ไผ่ต้อง ทำกับใจ ดังนั้นหากมนุษย์เราที่ต้องการอยู่ร่วมกันกับไม้ไผ่ใจต้องมาก่อนแล้วทุกอย่างก็จะประสพความ สำเร็จไปด้วยดี หากคุณไม่มีใจที่มีความรักและเข้าใจในธรรมชาติของไม้ไผ่แล้วนั้น ก็จะทำให้มีหลายอุปสรรคที่จะ ทำให้งานที่คุณต้องการเกิดการบิดเบือนและเบียงเบนไปจากความฝันในแบบที่ต้องการ…

bambugu มีทีมงานด้านออกแบบทั้งด้านสถาปัตยกรรมและตบแต่งภายในรวมถึงเรามีวิศวกรที่มากด้วย ประสบการณ์พร้อมที่จะให้คำปรึกษาในทุกด้าน ดั้งนั้นเราจึงเป็นทีมงานที่มีความเป็นมืออาชีพในงาน ไม้ไผ่โครง สร้างขนาดใหญ่ สามารถติดตามผลงานที่ผ่านมาในช่วง 13ปี จากประสพการณ์ 27 ปี

team

patipat kannarong1
online marketing & branding director

patipat kannarong2
online marketing & branding director

patipat kannarong3
online marketing & branding director

patipat kannarong4
online marketing & branding director

patipat kannarong5
online marketing & branding director

patipat kannarong6
online marketing & branding director